ร้อยโท ขุนเทพสรสิทธิ์ (เทพ จารุจินดา)

ร้อยโท ขุนเทพสรสิทธิ์ (เทพ จารุจินดา) เป็นบุตรคนเดียวของพันตรี พระจำเริญพลรบ (แฐม จารุจินดา) กับ คุณน้อม (จารุจินดา) มีพี่น้องร่วมบิด ๕ คน

การศึกษา

ได้เข้ารับการศึกษาเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ เมื่ออายุ ๑๒ ปี ได้เข้าศึกษาวิชาทหาร ณ สำนักโรงเรียนนายร้อยทหารบก สอบไล่ได้ชั้นสูงสุดของโรงเรียน เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๖๕

การรับราชการ

      • ได้เริ่มเข้ารับราชการครั้งแรกในตำแหน่งหน้าที่ผู้บังคับหมวด ในกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๓ (ลพบุรี)
      • ๑ พฤษภาคม ๒๔๖๙ ย้ายไปเป็นนายทหารฝึกหัดราชการโรงเรียนนายทหารปืนใหญ่ สอบจบหลักสูตรได้เป็นที่ ๒
      • ๑ เมษายน ๒๔๗๑ ย้ายไปประจำกองพันที่ ๕ กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๓ (นครราชสีมา)
      • ๑ เมษายน ๒๔๗๒ เป็นนายทหารคนสนิทผู้บังคับบัญชากองพันที่ ๕ กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๓ (นครราชสีมา)
      • ๑ เมษายน ๒๔๗๓ ย้ายไปประจำกองพันที่ ๖ กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๓ (นครราชสีมา)
      • ๑ กันยายน ๒๔๗๔ ย้ายไปประจำกองพันที่ ๒ กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รอ. (กรุงเทพฯ)
      • ๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๕ ย้ายไปเป็นนายทหารคนสนิทผู้บังคับกองพลที่ ๖ กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๓ (นครราชสีมา)
      • ๑ มิถุนายน ๒๔๗๖ ย้ายไปประจำกองร้อยพิเศษ กรมทหารรักษาวัง ว.ป.ร.(หัวหิน)
      • ๓ มกราคม ๒๔๗๘ ย้ายไปประจำกองบังคับการ กองทัพบก
      • ๑ เมษายน ๒๔๗๙ ออกจากประจำการเป็นนายทหารกองหนุนเบี้ยหวัด สังกัดจังหวัดทหารบกเพชรบุรี (เนื่องจากยุบตำแหน่ง)
      • ๒ มิถุนายน ๒๔๗๙ เข้ารับราชการในสำนักเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงเกษตราธิการ (วิสามัญชั่วคราว)
      • ๑ พฤศจิกายน ๒๔๗๙ เป็นนายทหารกองหนุนเบี้ยบำนาญ สังกัดจังหวัดทหารบก (เพชรบุรี)
      • ๒ พฤศจิกายน ๒๔๗๙ รับราชการในตำแหน่งเสมียนอันดับ ๓ สำนักเลขานุการรัฐมนตรี กระทรวงเกษตราธิการ
      • ๑ มีนาคม ๒๔๘๐ เป็นเสมียนพนักงาน กองตรวจบัญชี กรมสหกรณ์ กระทรวงเกษตราธิการ
      • ๑ เมษายน ๒๔๘๒ เป็นพนักงานสหกรณ์ตรี กรมสหกรณ์ กระทรวงเกษตราธิการ
      • ๑ พฤศจิกายน ๒๔๘๖ เป็นพนักงานสหกรณ์โท กองควบคุมสหกรณ์ กรมสหกรณ์ กระทรวงเกษตราธิการ
      • ๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๘ เป็นหัวหน้าตรวจบัญชีสาย ๔ กองตรวจบัญชี กรมสหกรณ์ กระทรวงเกษตราธิการ
      • ๑ เมษายน ๒๔๘๙ ลาออกจากราชการ รับบำนาญ

ร้อยโท ขุนเทพสรสิทธิ์ หลังออกจากราชการรับบำนาญแล้ว ได้เข้าทำงานในบริษัท ทหารสามัคคี และบริษัทการช่าง ตามลำดับ จนกระทั่งใน พ.ศ. ๒๔๙๖ ได้ย้ายจากสอยสองพระ สี่พระยา มาอยู่ที่อยู่ปัจจุบันในซอยกาญจนาคม สามเสนใน พญาไท จึงได้หยุดทำงาน มีชีวิตอย่างสงบสุข ด้วยการดูแลบ้านและเลี้ยงหลาน

ร้อยโท ขุนเทพสรสิทธิ์ ได้สมรสกับ คุณอุไรวรรณ (ลี้) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ มีบุตร ๑ คน

เมื่อต้น พ.ศ. ๒๕๒๔ ได้ไปตรวจร่างกาย เนื่องจากเห็นว่ามีอายุมากและเป็นห่วงสุขภาพ แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ เมื่ออายุครบ ๘๑ ปี ได้ไปทำบุญตามปกติเช่นเคย ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๒๔ มีไข้สูง ได้เข้ารับการรักษาพยาบาล ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ตรวจบพปอดบวมและหัวใจโต ๒๕ ธันวาคม ๒๕๒๔ ได้ย้ายไปรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลจันทรุเบกษา กำแพงแสน ซึ่งบุตรชายเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลอยู่ อาการทั่วไปดีขึ้น จนออกจากห้อง ไอ.ซี.ยู ได้ แต่ต่อมาเกิดโรคแทรกซ้อนโลหิตเป็นพิษ จึงกลับเข้าดูแลในห้อง ไอ.ซี.ยู อีกเมื่อ ๒๑ มกราคม ๒๕๒๕ จากนั้นอาการมีแต่ทรงกับทรุด ได้ถึงแก่กรรมด้วยหัวใจวายเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ คำนวณอายุได้ ๘๑ ปี ๔ เดือน ๓ วัน ได้รับพระราชทานน้ำอาบศพจากสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชการที่ ๗ ได้รับพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๒๕ ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ.

Scroll to Top