ร้อยเอก ก้อน จารุจินดา เป็นบุตรพระยารัตนสมบัติ ( แป๊ะ จารุจินดา ) และคุณพ่วง มีพี่น้องร่วมบิดาเดียวกัน 2 คน พี่น้องร่วมบิดา 19 คน
เมื่อเกิดมาได้ประมาณอายุ 4 – 5 ปี คุณพ่วงผู้เป็นมารดาได้ถึงแก่กรรม คุณหญิงตาบทิพย์ทับทรวง รัตนสมบัติ ( บูรณะศิลปิน ) ได้อุปการะเลี้ยงดูดุจมารดาบังเกิดเกล้าตลอดมา ปี พ.ศ. 2454 พันตรี พะจำเริญพลรบ ( แฐม จารุจินดา ) ได้ย้ายไปรับราชการตำแหน่งปลัดกองพลทหารบกที่ 5 ( นครราชสีมา ) ร้อยเอก ก้อน ได้ติดตามไปด้วย แต่เมื่อพันครี พระจำเริญพลรบ ย้ายมาอยู่ที่อยุธยา ท่านก็มิได้ติดตามมา คงอยู่ที่นครราชสีมาต่อไป
ท่านขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองประจำการเมื่อ พ.ศ. 2455

  • 1 ตุลาคม 2458 เป็นนายสิบตรี
  • 16 สิงหาคม 2484 เป็นนายร้อยตรี
  • 1 เมษายน 2486 เป็นนายร้อยโท
  • 1 เมษายน 2488 เป็นนายร้อยเอก


               ในระหว่างรับราชการทหารอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมานั้น ได้ไปราชการสงครา 2 ครั้ง คือ พ.ศ. 2483 ไปราชการสงครามกรณีพิพาทไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส และ พ.ศ. 2485 ไปราชการสงครามมหาเอเชียบูรพา ได้รับเหรียญชัยสมรภูมิทั้ง 2 ครั้ง
ชีวิตร้อยเอก ก้อน จารุจินดา เป็นชีวิตที่ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง ท่านชอบเล่าความเป็นมาแต่วัยเด็กจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ให้ลูกฟังเสมอ เพื่อกล่อมใจให้ลูกเกิดมีความมานะ อดทน ต่อสู้และทนงตัวในทุกวิถีทาง ตัวท่านเองมีแต่ความบึกบึน อดทน มานะ ประการการงานไม่ว่าราชการหรือส่วนตัว อย่างไม่ว่างเว้น ไม่บ่นถึงความยากลำบาก ไม่ว่ากิจการใดๆ เช้ามืดลงทำสวน กลางวันรับราชการ เย็นลงไปนา ท่านได้เตือนลูกๆ เสมอว่า ท่านโง่ ไม่ได้ศึกษาเล่าเรียน แต่ที่ได้รับราชการเจริญมาเป็นคนดีอยู่ได้ เอาการเอางานทำแต่ในสิ่งที่ถูกต้องนี้ เพราะมีนามสกุล “ จารุจินดา ” ที่ได้รับการอุปถัมภ์จากผู้หลักผู้ใหญ่มาก็เพราะ “ จารุจินดา ”  ไม่ใช่คุณงามความดีของท่าน แต่เป็นบารมีของบรรพบุรุษได้สร้างเกียรติคุณไว้ในแผ่นดิน สร้างเกียรติประวัติไว้ให้คนทั้งหลายในสังคมเป็นที่รู้จักกันทั่วไป ท่านเลยได้อาศัยศักดิ์ศรีของ “ จารุจินดา ” นี้เอง ดรงชีวิตด้วยดี ท่านสอนลูกๆ ท่านว่า ต้องจดจำไว้ว่าเป็นหนี้ “ จารุจินดา ” ไม่มีบุญวานาที่จะเชิดชูส่งเสริมสกุลวงศ์ ก็อย่าได้ทำลายหรือทำให้แปดเปื้อนมัวหมอง
               ร้อยเอก ก้อน มีศรัทธาแก่กล้า ทำบุญรักษาศีลบำเพ็ญภาวนามาโดยตลอด สร้างสรรค์และเอาใจใส่เคร่งครัดอยู่เสมอในการรับใช้พระพุทธศาสนา ในปลายชีวิตท่านเลื่อมใสในวิปัสสนากรรมฐานเป็นอย่างมาก ท่านจะนั่งกรรมฐานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้ท่านมีความภาคภูมิในจิตที่ได้รับการฝึก จิตใจอิ่มเอิบด้วยกุศลทาน แม้ที่สุดในวันสุดท้ายแห่งชีวิต ก่อนจะสิ้นใจเพียง 5 – 6 นาที ท่านก็ยังอ่าน “ หนังสือปฐมสมโพธิ์ ” อยู่
ร้อยเอก ก้อน จารุจินดา ได้สมรสกับนางทองมาก ( เกิดใหม่ )เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2457 มีบุตรและธิดา 8 คน

               ร้อยเอก ก้อน จารุจินดา ป่วยด้วยโรคหัวใจ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2517 เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลประจำจังหวัดนครราชสีมาโดยกระทันหัน ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2517 ด้วยหัวใจวายเฉียบพลัน สิริรวมอายุได้ 83 ปี 1 เดือน ได้รับพระราชทานเพลิงศพเมื่อ วันที่ 9 เมษายน 2518 ณ เมรุวัดคีร์ษะละเลิง จังหวัดนครราชสีมา